ผิวแพ้ง่าย แถมยังมันอีก แพทย์ผิวหนังแนะนำดูแลอย่างไรให้สู้มันได้ไม่มีแพ้

ผิวมันเกิดจากอะไรกันแน่?

ปัญหาที่สาวๆ มักจะเจอกันเป็นส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นเรื่องของผิวมัน พอผิวมันหน้าก็เริ่มมีปัญหาหลายสิ่งหลายอย่างตามมา ซึ่งผิวมันที่ว่าอาจเกิดจากปัจจัยที่หลากหลายดังนี้

  1. การเปลี่ยนแปลงของช่วงเวลาหรือสภาพอากาศ ความร้อน ความชื้นที่มากเกินไป ทำให้อบอ้าว มีเหงื่อออกมากขึ้น และเนื่องจากท่อของต่อมเหงื่อและต่อมไขมันบางแห่งมีทางออกทางเดียวกัน จึงส่งผลให้ความมันถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อด้วย
  2. อายุก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย โดยเฉพาะช่วงที่เรากำลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จะมีฮอร์โมนเพศหลั่งออกมา ซึ่งมีผลต่อการทำงานของต่อมไขมัน ยิ่งฮอร์โมนเพศหลั่งออกมามาก หน้าก็จะยิ่งมันมากขึ้น
  3. ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ความเครียด หรือการนอนดึก ก็จะทำให้มีการหลั่งฮอร์โมน Cortisol ซึ่งมีผลย้อนกลับไปเพิ่มการหลั่งของต่อมไขมัน
  4. ผิวที่ขาดเซราไมด์จะไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ จึงต้องผลิตน้ำมันออกมาเพื่อรักษาสมดุลเอาไว้ให้ผิว จนกลายเป็นความมันส่วนเกินบนใบหน้านั่นเอง

รู้ได้ยังไงว่าผิวมัน?

เราจะสังเกตได้ว่าคนที่มีผิวมันส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีรูขุมขนกว้าง ผิวหน้าดูหมองคล้ำ หรือ ดูมีความเงา ชั้นผิวหน้ามีความหนากว่าปกติ และมักพบสิวหัวดำ สิวอุดตัน หรือเม็ดสีที่ผิดปกติด้วย บางคนที่มีผิวมันมากๆ หลังจากล้างหน้าได้แค่เพียงแค่ 1 ชั่วโมง จะรู้สึกว่ามีน้ำมันบางๆ เคลือบที่ผิวหน้า ดังนั้น สาวๆ ที่มีอาการที่ว่าอย่านิ่งนอนใจ ลองไปตรวจสภาพผิวกันดูนะคะ จะได้ดูแลรักษากันตั้งแต่เนิ่นๆ

ผิวมัน… ก็ทำให้แพ้ได้!!

หลายคนคงยังไม่รู้ว่า ผิวมันนั้นไม่ใช่แค่ทำให้หน้าของเรามีรูขุมขนกว้าง หน้าหมองคล้ำ หรือมีสิวอุดตัน แต่ถ้าผิวมันรุนแรงขึ้นมาอีกขั้น อาจทำให้ผิวหน้าเกิดอาการแพ้ และระคายเคือง เนื่องจากคนที่มีผิวมันนั้น ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันจากผิวชั้นหนังแท้ ปล่อยออกมาตามท่อลำเลียงบนผิวชั้นหนังกำพร้า ซึ่งทำหน้าที่เคลือบไว้ น้ำมันส่วนเกินบนใบหน้านี้จะทำให้ชั้นผิวถูกทำลาย ผิวจึงไวต่อการระคายเคือง โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายหรือผิวที่ขาดเซราไมด์จะเกิดการระคายเคืองได้ง่ายกว่าผู้ที่มีผิวแข็งแรง เพราะเซราไมด์เป็นเหมือนตัวเชื่อมเคราติน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของผิวชั้นบนสุดให้เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้ผิวแข็งแรง ปกป้องผิวและร่างกายจากสิ่งกระตุ้นภายนอกทั้ง รังสี UV มลภาวะ รวมถึงสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม สี แอลกอฮอล์ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั่วไป นอกจากนี้เซราไมด์ยังช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง แถมยังช่วยลดการสังเคราะห์เมลานิน หรือเม็ดสีผิว ทำให้ผิวดูกระจ่างใส ดังนั้นในคนที่ผิวมันจากการขาดเซราไมด์ อาจส่งผลให้ผิวกร้าน และแพ้ง่ายได้

ผิวแพ้ง่าย แต่ดูมันเพราะขาดเซราไมด์!!

ผิวมันกับผิวแพ้ง่ายนั้นคนละเรื่องกัน แต่ในบางครั้งอาจมีความเชื่อมโยงกันได้ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ผิวมัน เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการผิวแพ้ง่าย เพราะการที่เรามีผิวแพ้ง่ายจะสังเกตได้ว่า เราจะพบสิวอุดตัน หรือสิวหัวดำ ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของคนที่มีผิวมันเช่นกัน เกิดการแพ้หรือระคายเคืองง่ายต่อผลิตภัณฑ์ต่างๆ และสิ่งแวดล้อมในภาวะต่างๆ เช่น แสงแดด ลม ความร้อน และความเย็น เพราะผิวมันอาจกระตุ้นให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบจากไขมัน จนทำให้เกิดผิวระคายเคือง แพ้ง่าย เซลล์ผิวหนังเกิดการหนาตัว ท่อต่อมไขมัน
อุดตันรูขุมขนกลายเป็นสิวอุดตัน และสิวหัวเปิดนั่นเอง

9 วิธีสู้มัน ไม่มีแพ้

สาวๆ ที่มีผิวมัน แพ้ง่าย ไม่ต้องเป็นกังวลไป เรายังสามารถบำรุงและดูแลผิวของเราให้สวยใสได้เพียงแค่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมเต็มเซราไมด์ในชั้นผิว ควบคุมความมัน และควรทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

  1. ไม่ล้างหน้าเกินวันละ 2 ครั้ง
  2. ใช้สารทำความสะอาดใบหน้าที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงการสครับผิว
  3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน, สำหรับผิวแพ้ง่าย, ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และ sodium lauryl sulfate ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง
  4. เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางบนใบหน้าให้สะอาดก่อนนอนทุกครั้งด้วย oil-free makeup remover
  5. ไม่แกะ เกา หรือบีบสิว เพราะสิวจะยิ่งหายช้าลง
  6. รักษาความชุ่มชื้นของผิวอยู่เสมอ
  7. ใช้สารกันแดดที่ป้องกันทั้งรังสี UVA, UVB และมี SPF มากกว่า 30
  8. ควรสวมหมวกและใส่แว่นตากันแดด เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง
  9. งดสูบบุหรี่

ผิวแพ้ง่ายแค่ไหนก็ชนะได้ แค่เรารู้จักใส่ใจ ดูแลตัวเองให้มากขึ้น
เพราะเดี๋ยวนี้ ใครๆ ก็สู้มันได้ ไม่มีแพ้

ขอขอบคุณ

ข้อมูล: ศ.ดร.นพ.ธัมม์ทิวัตถ์ นรารัตน์วันชัย

สั่งซื้อสินค้าออนไลน์